Heinrich-Boell-Foundation

Thailand and Southeast Asia Regional Office

Korea Women's Hot Line (KWHL)

โครงการสานด่วนสตรีเกาหลี ประเทศเกาหลี

บ้านแห่งที่สอง

น้อยประเทศนักที่จะสามารถอวดอ้างถึงความเจริญก้าวหน้าอย่างเป็นระบบระเบียบที่น่าทึ่งเช่นดังเศรษฐกิจของเกาหลี ที่เป็นไปอย่างเฟื่องฟูตลอดเวลากว่า 30 ปี มาแล้ว และคงไม่จำเป็นที่จะต้องกล่าวว่า การเติบโตอย่างมหาศาลเช่นนี้ ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการสร้างวินัยการทำงานที่ทุ่มเทและจริงจังของประชาชนชาวเกาหลีที่ต้องทุกข์ทรมานอย่างใหญ่หลวง ในขณะที่ทั้งสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของพวกเขาถูกย่ำยีซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดช่วงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา กระนั้นก็ตาม แม้ทุกวันนี้ในสังคมเกาหลียุคสมัยใหม่และประชาธิปไตยที่เบ่งบานในระดับที่เรียกว่า เป็นสังคมที่มีความเสมอภาคระหว่างหญิงชายแล้วก็ตาม สตรีก็ยังคงทุกข์ทนอยู่กับการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิทางสังคมเช่นเดิมกับเมื่อครั้งอดีต การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ได้ช่วยเหลือให้มีการแก้ไขต่อปัญหานี้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผลักดันให้องค์กรพัฒนาเอกชนซึ่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบปัญหาต่างๆ ของสังคม ต้องเข้ามาพยายามจะสร้างบรรยากาศและเคลื่อนไหว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นทั้งต่อสังคมและการเมือง ในบรรดาองค์กรพัฒนาเอกชนจำนวนมากที่ทำงานด้านสิทธิสตรีเหล่านั้น โครงการสายด่วนสตรีเกาหลี หรือ Korean Women’s Hotline จัดว่าเป็นหนึ่งในองค์กรที่ทำงานอย่างจริงจังตั้งใจ ต่อการดำเนินงานที่มีประสิทธิผลอย่างยิ่ง จากที่ก่อตั้งมาเป็นเวลานับ 15 ปี มาแล้ว โครงการสายด่วนสตรีเกาหลีได้กลายเป็นตัวแทนของผู้หญิงทั่วทั้งประเทศ โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงโซล และยังมีสำนักงานและศูนย์ให้คำปรึกษาสายด่วนอีกจำนวนมาก กระจัดกระจายอยู่ใน 19 เมือง รวมทั้งเมืองปูซาน ซูวอน อินชอน กวางจูและชางวอน องค์กรมีจุดหมายเพื่อมุ่งคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของสตรีและสวัสดิภาพของสตรี รวมทั้งสร้างความเสมอภาคระหว่างเพศที่บ้าน สถานที่ทำงานและในสังคม นอกจากนั้น องค์กรยังประสงค์จะให้สตรีได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในทุกด้านของชีวิต ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม

เป้าหมายและโครงการระยะยาวของโครงการสายด่วนสตรีเกาหลี คือ ให้การคุ้มครองสตรีที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาความรุนแรงในครอบครัว โดยการผ่านกฎหมายที่ให้ประโยชน์ในทางปฏิบัติอย่างจริงจัง ในที่สุดหลังจากได้ทุ่มเทพยายามอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย โครงการสายด่วนสตรีเกาหลีและองค์กรพัฒนาเอกชนอื่นๆ ประสบความสำเร็จในการผลักดันให้รัฐบาลผ่านพระราชบัญญัติเพื่อป้องกันความรุนแรงในครอบครัว ออกประกาศใช้เป็นกฎหมายในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2540 ผลจากการผ่านพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทำให้กรณีความรุนแรงในครอบครัวได้กลายเป็นปัญหาของสังคมไม่ใช่ปัญหาส่วนตัวเช่นครั้งก่อน ผู้ก่อเหตุของความรุนแรงในครอบครัวจะถือว่าเป็นอาชญากรที่ต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย เรื่องนี้ถือว่าเป็นความสำเร็จที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการใช้ความรุนแรงในครอบครัวได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ไปแล้วในประเทศเกาหลี กฎหมายจะเป็นหลักประกันว่า หน่วยงานของรัฐผู้มีหน้าที่ดูแลเรื่องนี้ จะสามารถช่วยเหลือเหยื่อการทารุณกรรมนี้ได้ และผู้ที่กระทำผิดจะต้องถูกลงโทษหรือไม่ก็ถูกขัดขวางได้ ส่วนเหยื่อของการทารุณจะได้รับบริการ ให้คำปรึกษาและได้อาศัยในสถานที่พักพิงชั่วคราว ส่วนผู้กระทำผิดจะต้องถูกทำทัณฑ์บนและควบคุมความประพฤติรวม ทั้งให้เข้ารับการให้คำปรึกษาให้ปรับเปลี่ยนนิสัย ซึ่งหวังกันไว้ว่าจะช่วยบรรเทาเบาบางความรุนแรงในอนาคต

โครงการสายด่วนสตรีเกาหลียังมีความสนใจประเด็นปัญหาที่เริ่มปรากฏเด่นชัดว่าจะเป็นปัญหาที่รุนแรงขึ้นในเกาหลี นั่นคือ การขาดความมั่นคงในหน้าที่การงานของสตร ีแม้ว่าวิกฤตเศรษฐกิจได้ส่งผลกระทบต่อทุกชีวิตในภูมิภาคเอเซียตะวันออกไกล แต่สตรีชาวเกาหลีก็ยังต้องเผชิญกับความตกต่ำทางเศรษฐกิจในประเทศของตนเองอย่างหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าผู้ใด พวกเธอต้องออกจากงานตั้งแต่บริษัทเริ่มต้นเผชิญกับสถานการณ์วิกฤต อนึ่ง บรรดาสตรีซึ่งส่วนใหญ่เป็นสตรีที่สมรสแล้ว จะได้รับการขอร้องให้ลาออกก่อนเกษียณมากขึ้น หรือบางครั้งอาจถูกกลั่นแกล้งให้ออก หรือแม้แต่ให้ลาออกอย่างไม่เป็นธรรม พวกเธอมักจะเป็นกลุ่มแรกที่จะต้องถูกให้ออกเมื่อบริษัทมีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาเรื่องนี้ โครงการสายด่วนสตรีเกาหลีได้เสนอข้อมูล เพื่อให้สาธารณชนและแวดวงเกิดความสนใจหันมาพิจารณาแนวโน้มของปัญหาดังกล่าวที่เพิ่มขึ้นในโลกธุรกิจ ได้ยอมรับข้อเท็จจริงที่ว่า สตรีที่ว่างงานไม่ว่าสมรสแล้วหรือโสดก็ตาม กลายเป็นทรัพยากรที่ถูกละเลย แทนที่จะนำศักยภาพมาใช้ให้เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยรวม รัฐกลับมองข้ามความสำคัญดังกล่าว ในขณะเดียวกัน พวกเธอก็ถูกกีดกันให้ได้รับตำแหน่งและสถานภาพทางสังคมที่แย่ลง

นอกเหนือจากการให้น้ำหนักสำหรับประเด็นวิกฤตเหล่านี้แล้ว โครงการสายด่วนสตรีเกาหลียังหวังจะดำเนินงานที่มุ่งก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง การดำเนินงานโครงการอื่นๆ เป็นจำนวนมาก และโครงการทั้งหมดล้วนเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการให้ข้อมูลแก่สตรี เพื่อให้พวกเธอรับรู้ถึงสิทธิพื้นฐานของตน รวมทั้งเป็นโครงการที่หวังจะส่งเสริมให้เกิดสังคมของความหลากหลายและความเสมอภาคระหว่างเพศ

‘ชิมเตอร์’ เป็นบ้านพักฉุกเฉินตัวอย่างแห่งหนึ่งสำหรับสตรีที่ถูกกระทำทารุณกรรม ซึ่งเปิดทำการมาแล้วนานถึง 10 ปี ‘ชิมเตอร์’ ให้ที่พำนักสำหรับสตรีจำนวนมากที่ถูกข่มเหงในสังคม ซึ่งบ่อยครั้งทีเดียวที่พวกเธอไม่มีที่จะไปที่ไหน หลังจากที่ใช้กำลังใจอย่างยิ่งที่จะตัดสินใจหนีจากสามีที่ทำร้ายพวกเธอ นอกจากนี้โครงการสายด่วนสตรีเกาหลี ยังตั้งใจที่จะจัดการกับปัญหานี้จากอีกด้าน นั่นคือ การพยายามจะช่วยเหลือผู้กระทำผิดคดีความรุนแรงในครอบครัว โดยมีกิจกรรมที่บริการให้คำปรึกษาแก่พวกเขาที่ก่อเรื่องขึ้นเพื่อทางแก้ไขอีกด้วย ‘ชิมเตอร์’ จะดำเนินการระดมทุนมาใช้ในโครงการบ้านพักฉุกเฉินจากการรับบริจาคและการจัดคอนเสิร์ต เช่น คอนเสิร์ตเพลงคลาสสิคและแจ๊ส ที่ได้จัดขึ้นในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงเมื่อปี พ.ศ. 2540 ที่ผ่านมา

โครงการสายด่วนสตรีเกาหลี ยังดำเนินโครงการอีกหลายอย่างที่เน้นการให้ความรู้ด้านเพศศึกษา และค่านิยมทางเพศที่ถูกต้องให้แก่เด็กหญิงวัยรุ่น โดยได้จัดให้มีการบรรยายและการประชุมกลุ่มเล็กๆ ขึ้นบ่อยครั้ง และในเมืองอินชอนยังมีโรงเรียนที่เปิดการฝึกอบรมสำหรับผู้ที่จะบรรยายเรื่องเพศศึกษาอีกด้วยเพื่อให้เขาบรรยายเรื่องดังกล่าวด้วยทักษะการสอน และกอปรด้วยความรับผิดชอบ การให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาหญิงวัยรุ่นนั้น เป็นความสำคัญลำดับแรกๆ ของโครงการเช่นกัน เมื่อคำนึงถึงจำนวนคดีที่มากขึ้นในสังคมเกาหลีที่เด็กนักเรียนหญิงถูกครูผู้ชายกระทำการละเมิดทางเพศ โดยการนำเอาผลสำรวจทั่วประเทศที่ โครงการได้จัดทำขึ้นเพื่อยืนยันว่ามีปัญหาเช่นนั้นเกิดขึ้นจริงในโรงเรียนต่างๆ ของเกาหลี โครงการสายด่วนสตรีเกาหลี จึงได้จัดให้มีเวทีสนทนาและการสัมมนาเชิงปฏิบัติการขึ้นหลายครั้ง ผู้เข้าร่วมสัมมนาต่างได้เน้นถึงความจำเป็นที่ต้องนำเพศศึกษาเข้ามาสอนในโรงเรียน เพื่อที่จะสร้างความตระหนักให้แก่บรรดาเด็กหญิงวัยรุ่น และยังได้นำเสนอเรื่องนี้ให้เด็ดได้รับรู้ผ่านการแสดงหุ่นเรื่อง ‘ความลับของฮานุลยี’ ซึ่งเหล่าสมาชิกของโครงการสายด่วนสตรีเกาหลี  เป็นผู้ทำการผลิตและนำแสดงเอง

โครงการสายด่วนสตรีเกาหลีสาขาต่างๆ ก็ได้จัดให้มีการรณรงค์และจัดกิจกรรมต่างๆ ขึ้นอยู่เสมอ หนึ่งในนั้นได้แก่ การรณรงค์เพื่อปกป้องเด็กจากความรุนแรงทางเพศ ซึ่งสาขาซูวอนเป็นผู้จัดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2540 ส่วนในเมืองชุงจู นักศึกษาได้จัดเวทีเพื่ออภิปรายในหัวข้อ การพูดเพื่อเกี้ยวพาราสี ในมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมทั้งกล่าวถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นต่อนักศึกษาหญิง สำนักงานสาขาที่เมืองชางวอน ก็ได้รับแต่งตั้งจากเทศบาลเมืองให้ดำเนินงานศูนย์เพื่อจัดทำโครงการการศึกษาต่อเนื่องสำหรับที่ปรึกษาอาสาสมัคร รวมทั้งโครงการการศึกษาตลอดชีวิตให้แก่ชาวเมืองนั้นขึ้น นอกจากนั้น ยังมีการนำเสนอเรื่องราวของโครงการสายด่วนสตรีเกาหลี บนอินเตอร์เนท ที่เพิ่งเริ่มเปิดโฮมเพจของโครงการขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อหวังที่จะดึงดูดความสนใจจากผู้เข้ามาชมเว็บไซท์ได้มีโอกาสรับรู้ข้อมูลประเด็นความรุนแรงทางเพศเพิ่มขึ้น โดยเว็บไซท์ดังกล่าวจะมีทั้งภาษาเกาหลีและอังกฤษ (Website: http://www.hotline.peacenet.or.kr)

ดูเหมือนว่างานหนักที่กำลังพยายามให้สัมฤทธิ์ผลนั้น จะเป็นเสมือนสงครามที่ไม่มีวันจบสิ้นสำหรับโครงการสายด่วนสตรีเกาหลี แต่ก็ได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในสังคมขึ้นบ้างแล้ว ซึ่งเป็นความหวังให้สมาชิกของโครงการเอง และนักเคลื่อนไหวทั้งหลายต่างมีความมั่นใจมากขึ้น แล้วไฉนโครงการจะไม่ยืนหยัดต่อสู้กับสงครามครั้งนี้ต่อไปอีกเล่า?


Copyright © 2000-2003. HBF Asia. All Rights Reserved