|

Thailand and Southeast Asia Regional Office
Thai
Volunteer Service (TVS)
มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
อาสาสมัครรุ่นใหม่
นอริน
อาหมัด-ซากี
สำหรับ
เดช
พุ่มคชา
ศิรินันท์
เณรทอง และ
ประกาศ
เรืองดิษฐ์
แล้ว ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคมช่างเป็นวันทำงานอันยาวนานของพวกเขา
ตั้งแต่เช้าจรดค่ำเขาต้องสัมภาษณ์คนหนุ่มสาวที่มีวัยระหว่าง
20-30 ปี จากทั่วประเทศ
ซึ่งสนใจที่จะเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครเต็มเวลาของมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
(มอส.) ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่มีบทบาทสนับสนุนการทำงานพัฒนาขององค์กรพัฒนาเอกชน
มีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ
เดช พุ่มคชา
และลูกทีมหนุ่มสาวของเขาคาดว่าจะคัดเลือกอาสาสมัครรุ่นที่
20 จำนวน 22 คน
จากคนทั้งหมดที่สนใจมาสมัครเป็นอาสาสมัคร
เพื่อส่งพวกเขาไปร่วมปฏิบัติงานในโครงการพัฒนาสังคมขององค์กรพัฒนาเอกชนทั่วประเทศเป็นระยะเวลา
2 ปี เต็ม
ศิรินันท์
เณรทอง
จากฝ่ายงานอาสาสมัครของมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
อธิบายว่า
“เป็นสิทธิและหน้าที่ของประชาชนและทุกภาคีของสังคม
ที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม
โครงการอาสาสมัครนี้
เป็นกิจกรรมที่มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคมได้จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนองค์กรพัฒนาเอกชนในด้านบุคลากร
ในขณะเดียวกัน
ก็เป็นการส่งเสริมคนหนุ่มสาวให้ได้เรียนรู้ปัญหาของผู้ด้อยโอกาสในสังคมท่ามกลางการปฏิบัติงานจริง
เพื่อพัฒนาจิตสำนึกในการทำงานเพื่อสังคมต่อไป
มอส.
ก่อตั้งขึ้นเมื่อ
ปี พ.ศ. 2523
เริ่มรับอาสาสมัครรุ่นที่
1 ในปีนั้น
และรับต่อเนื่องมาทุกปี
ในปีนี้ (พ.ศ.
2541)
อาสาสมัครรุ่นล่าสุดคือ
อาสาสมัครรุ่นที่
20”
ก่อนจะทำการคัดเลือกอาสาสมัครหนุ่มสาวนั้น
มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
ได้สอบถามไปยังองค์กรพัฒนาเอกชนทั่วประเทศว่า
ในปีนั้นๆ
พวกเขาต้องการอาสาสมัครจำนวนกี่คน
ในปีนี้มีองค์กรพัฒนาเอกชนจำนวนทั้งหมด
14 แห่ง
ที่แจ้งความจำนงขอรับอาสาสมัครใหม่เข้าร่วมงานด้วย
ซึ่งองค์กรเหล่านี้จะเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ดำเนินโครงการพัฒนาสังคมในด้านต่างๆ
เช่น สิทธิมนุษยชน
สิทธิสตรี
สิ่งแวดล้อม
การจัดการทรัพยากรที่ยั่งยืน
ภายหลังจากที่คณะกรรมการคัดเลือกซึ่งประกอบด้วย
ผู้แทนจากองค์กรพัฒนาเอกชนที่ต้องการรับอาสาสมัคร
และเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
คัดเลือกอาสาสมัครได้แล้ว
พวกเขาต้องเข้ารับการอบรมเบื้องต้นเป็นเวลา
5 วัน
โดยทีมเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯ
และวิทยากรรับเชิญ
ซึ่งจะให้แนวคิด
ปรัชญาของงานอาสาสมัคร
แนวคิดและแนวทางการปฏิบัติงานขององค์กรพัฒนาเอกชน
รวมทั้งพวกเขาจะต้องลงพื้นที่ในแหล่งชุมชนแออัดต่างๆ
ของกรุงเทพฯ
เพื่อจะได้เรียนรู้วิธีการศึกษาชุมชน
การเก็บข้อมูลชุมชน
การทำแผนที่ชุมชนการเขียนรายงาน
หลังจากได้ผ่านการฝึกอบรมเบื้องต้นดังกล่าวแล้ว
อาสาสมัครหนุ่มสาวเหล่านี้
จะถูกส่งไปในพื้นที่ปฏิบัติงานขององค์กรที่ตนจะไปปฏิบัติงานด้วย
ณ
ที่แห่งนั้น
พวกเขาจะต้องพักอาศัยและทำงานอยู่ในชุมชนเป็นเวลา 45
วัน
เพื่อฝึกฝนการใช้ชีวิตในชุมชนและเข้าใจชุมชนอย่างแท้จริง
โดยส่วนใหญ่ของอาสาสมัครเป็นบัณฑิตจบใหม่ด้านพัฒนาชุมชน
พวกเขาจะได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือนที่เพียงพอแก่การยังชีพ
ในช่วงระยะเวลาการปฏิบัติงาน
ซึ่งรวมในช่วงการฝึกอบรมด้วย
ทั้งนี้ ทางมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคมและองค์ที่รับอาสาสมัครจะแบ่งจ่ายค่าตอบแทน
โดย มอส.
สนับสนุน 40%
และ อีก 60%
จะรับผิดชอบโดยองค์กรพัฒนาเอกชนที่ขอรับอาสาสมัคร
หลังจาก
45
วันผ่านไป
อาสาสมัครจะมาพบกับทีมงานฝ่ายอาสาสมัครและวิทยากรอีกครั้งหนึ่งในการฝึกอบรมครั้งที่สอง
เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ได้สัมผัส
รวมทั้งเพื่ออภิปรายปัญหาต่างๆ
ที่พวกเขาประสบขณะทำงานภาคสนาม
ในครั้งนี้
จะมีผู้ประสานงานจากองค์กรพัฒนาเอกชนต่างๆ
มาเข้าร่วมประชุมด้วย
อย่างไรก็ตาม
ในช่วงนั้นอาสาสมัครอาจจะยังไม่สามารถวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ
ของชุมชนได้
แต่พวกเขาจะต้องเตรียมรายงานที่กล่าวถึงแก่นแท้
สาเหตุและการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาของชุมชน
ซึ่งทีมเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
และวิทยากรรับเชิญจะช่วยในการวิเคราะห์เพิ่มเติม
หลังจากผ่านการอบรมติดอาวุธทางความคิดในช่วงนี้แล้ว
อาสาสมัครเหล่านี้ก็จะแยกย้ายไปทำงานในองค์กรของตน
ซึ่งพื้นที่ปฎิบัติงานก็เป็นพื้นที่ที่อาสาสมัครเข้าไปศึกษาในชุมชนในช่วงต้น
อาสาสมัครจะปฏิบัติงานอยู่กับ
องค์กรอีก 3
เดือน จึงกลับมาเข้าร่วมฝึกอบรมและสัมมนากับ
มอส. อีก หลังจากนั้น
มอส.จะจัดฝึกอบรมอและสัมมนาให้อาสาสมัครอีกในคราวที่อาสาสมัครทำงานครบ
1 ปี 1
ปีครึ่ง
และ 2 ปี
การฝึกอบรมและสัมมนาต่างๆ
ที่จัดให้อาสาสมัครนี้
อาสาสมัครหนุ่มสาวจะมีโอกาสสรุปบทเรียนและเรียนรู้มากขึ้น
เนื้อหาและวิธีการในการฝึกอบรมและสัมมนาแต่ละครั้งจะเปลี่ยนไปตามระดับความเข้มข้นทางความคิด
บทบาท
และความรับผิดชอบของเหล่าอาสาสมัคร
ตัวอย่างเช่น
ในช่วงแรกของการฝึกอบรม
อาสาสมัครจะเรียนรู้เรื่องแนวคิดงานพัฒนาโดยองค์กรพัฒนาเอกชน
ในการฝึกอบรมสัมมนาต่อไป
พวกเขาอาจจะต้องฝึกทักษะในการจัดประชุมในหมู่บ้าน
วิธีการดำเนินการในการอภิปรายกลุ่ม
เป็นต้น
ในการสัมมนาครั้งสุดท้าย
อาสาสมัครจะต้องเสนอรายงานสรุปบทเรียนการทำงานสองปีเป็นรายบุคคล
และมีการแสดงความคิดเห็นวิจารณ์จากผู้ที่เกี่ยวข้อง
รวมทั้งให้คำชี้แนะว่าควรปรับปรุงวิธีการทำงานอย่างไร
ซึ่งถือว่าเป็นการประเมินผลการทำงานของอาสาสมัครด้วย
“มันเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งสำหรับเรา
ที่จะได้ฟังอาสาสมัครรุ่นใหม่ถ่ายทอดความรู้สึกว่าภายในระยะเวลาทั้งสองปีที่ผ่านมา
พวกเขาได้ทำสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์ต่อชุมชนอย่างไรบ้าง
ซึ่งความสำคัญไม่ได้อยู่ที่รายงาน
แต่เป็นงานที่เขาได้ทำไปแล้วนั่นต่างหากที่มีความหมาย”
ประกาศ เรืองดิษฐ์
ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายงานอาสาสมัครของมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคมกล่าวอธิบาย
นอกจากโครงการฝึกอบรมอาสาสมัครหนุ่มสาวแล้ว
มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคมยังมีโครงการอาสาสมัครพิเศษ
ซึ่งเป็นการสนับสนุนการทำงานแก้ปัญหาในสถานการณ์เร่งด่วนขององค์กรชุมชน
อาสาสมัครพิเศษส่วนใหญ่จะเป็นผู้นำชุมชนที่พร้อมทำงานเต็มเวลา
แต่จำเป็นต้องมีเงินหนุนช่วยเพราะไม่มีเวลาทำงานที่ก่อให้รายได้
“ในแต่ละปี
มอส.
สนับสนุนค่าตอบแทนรายเดือนให้อาสาสมัครพิเศษประมาณ 10 คน
และมีการจัดสัมมนาอาสาสมัครพิเศษ
2 ครั้ง คือ
ก่อนและสิ้นสุดวาระการทำงาน
เพื่อให้อาสาสมัครได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน
เป็นการเพิ่มพูนความร
ู้ขยายโลกทัศน์ให้กว้างไกลจากบทเรียนและประสบการณ์ของอาสาสมัครด้วยกันเอง”
ประกาศ
กล่าวเพิ่มเติม
เพื่อที่จะขยายแนวคิดของการพัฒนาสังคมไปสู่สาธารณชนในวงกว้างให้มากที่สุด
มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคมได้สร้างช่องทางการเผยแพร่ผ่านการจัดรายการวิทยุ
ซึ่งออกอากาศสัปดาห์ละครั้งในกรุงเทพฯ
และสัปดาห์ละครั้งในจังหวัดบุรีรัมย์
“เราต้องการเพิ่มจำนวนสถานีรายการวิทยุ
และสนับสนุนให้องค์กรพัฒนาเอกชนจัดรายการวิทยุ
เพื่อสื่อสารเรื่องราวของสังคมและงานพัฒนาไปถึงผู้ฟังในทุกภูมิภาค
เราคิดว่าวิทยุเป็นสื่อที่ดีมากในการกระตุ้นให้สาธารณชนได้ถกเถียงกันในเรื่องที่เป็นวิกฤติของสังคม
และเป็นเรื่องที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขา
หรือเป็นเรื่องที่สังคมควรรับรู้
”
ศิรินันท์
เณรทอง อธิบาย
มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
ยังมีโครงการคนรุ่นใหม่
ซึ่งร่วมมือกับมหาวิทยาลัย
และสถาบันราชภัฏต่างๆ
ในการส่งเสริมให้นักศึกษาได้เรียนรู้ปัญหาสังคม
อาทิ
การทำวิจัยอย่างง่ายๆ
ในเรื่องปัญหาสังคม
การจัดอบรมสัมมนาให้กับกลุ่มนักศึกษา
รวมทั้งสนับสนุนการทำกิจกรรมเพื่อสังคมของนักศึกษาในสถาบัน
ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างให้พวกเขาเกิดสำนึกในการรับใช้สังคม
และหวังให้ก้าวมาเป็นอาสาสมัคร
หรือเป็นบุคคลากรของงานพัฒนาหลังจากจบการศึกษาแล้ว
นอกเหนือจากนี้
มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคมยังได้ดำเนินงานโครงการพิเศษ
ได้แก่ โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต
และพัฒนาลุ่มแม่น้ำแม่กลอง
จังหวัดสมุทรสงคราม
ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมองค์กรชุมชนในการฟื้นฟูรักษาคุณภาพแม่น้ำ
โดย มอส.
ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการนี้จากกระทรวงสาธารณสุข
ด้วยจุดมุ่งเน้นการหาทุนจากภายในประเทศเพื่อสนับสนุนกิจกรรมงานพัฒนาของมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
มอส.
จึงได้ริเริ่มงานระดมทุน
โดยจัด
โครงการท่องเที่ยวเพื่อชีวิตและธรรมชาติ
(Responsible Ecological Social Tour Project) ซึ่งมุ่งเน้นพาคนเมืองไปรู้จักกับชนบทและการอนุรักษ์ทรัพยากรของชุมชน
โดยการจัดทัวร์ที่เป็นลักษณะกึ่งพักผ่อน
กึ่งเรียนรู้
มีโปรแกรมการศึกษาเชิงท่องเที่ยวไปยังหลายๆ
ที่ในภาคต่างๆ
นอกจากนี้ยังจัดการศึกษาดูงานพัฒนาให้กับกลุ่มบุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ
ทั้งภายในและต่างประเทศ
มอส.
ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องในการเสริมสร้างขบวนงานพัฒนาสังคมร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชนอื่นๆ
ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด
ดังเช่นในสถานการณ์ที่สังคมไทยประสบภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ
ผลกระทบที่มีต่อผู้ด้อยโอกาสในสังคมทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ประชาชนได้แสดงความไม่พอใจ
โดยการชุมนุมในรูปแบบต่างๆ
ในภาวะเช่นนี้
มอส.
และองค์กรพัฒนาเอกชนอื่นๆ
จะร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา
และร่วมกันจัดกิจกรรมที่จะเอื้อให้ผู้ด้อยโอกาสได้เสนอปัญหาและทางออก
รวมทั้งนำเสนอทางเลือกในการพัฒนาต่างๆ
ในทิศทางของการพัฒนาที่ยั่งยืน
มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคมเชื่อว่า
ความเคลื่อนไหวต่างๆ
จะบังเกิดผลได้
ก็ต่อเมื่อมีความร่วมมือและการประสานงานในระหว่างองค์กรพัฒนาเอกชน
และยังเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า
ด้วยความอดทน
ความมั่นคง
และวิธีการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
องค์กรพัฒนาเอกชนในประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นได้
มอส. ยังเชื่อว่าในการเสริมสร้างและดำรงพันธกิจร่วมกันขององค์กรพัฒนาเอกชนทั้งหลายให้ต่อเนื่องนั้น
ความสำคัญอยู่ที่การรักษาความเชื่อมสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดของกลไกในการพัฒนาต่างๆ
ทั้งภายในและภายนอกประเทศ
และตั้งแต่
ระดับองค์กรถึงปัจเจกชน
แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างในมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคมหลายครั้ง
ตั้งแต่ประมาณปี
พ.ศ.2523 เป็นต้นมา
ไม่ว่าจะในเรื่องการดำเนินงานระดับนโยบายหรือการเข้าข้องเกี่ยวเชิงการเมืองก็ตาม
เจตนารมย์ดั้งเดิมของการทำงานอาสาสมัครไม่มีวันหมดสิ้นไป
มอส. ยังทำหน้าที่สนับสนุนการพัฒนาระดับรากหญ้า
และยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และเสริมสร้างจิตวิญญาณการเป็นอาสาสมัครเพื่อสังคม
Copyright © 2000-2003. HBF Asia. All Rights Reserved
|